หลักการสำรองข้อมูล และการนำข้อมูลสำรองมาใช้

Navigation:  เมนูอื่นๆ > การสำรองข้อมูลและการดึงข้อมูลมาใช้ >

หลักการสำรองข้อมูล และการนำข้อมูลสำรองมาใช้

Previous pageReturn to chapter overviewNext page

การสำรองข้อมูล

1.อย่างที่ทราบกันดีว่าการสำรองข้อมูลของโปรแกรมเอ็กเพรส นั้นสามารถเลือกสื่อ (media) ที่จะใช้ในการสำรองข้อมูลได้หลายหลายไม่ว่าจะเป็น Hard Disk , Floppy Disk , Handy Drive(Flash Drive) แต่ทราบกันหรือไม่ว่าการสำรองข้อมูลลงสื่อ (media) ต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้นมีความเหมือน และ ความต่างกันอย่างไร เรามาทำความเข้าใจให้ตรงกัน ดังนี้ครับ การสำรองข้อมูลลงสู่ Hard Disk นั้นโปรแกรมจะทำการรวบรวมไฟล์ที่อยู่ในที่เก็บข้อมูลนั้น ๆ ทุกไฟล์  ยกเว้น ไฟล์ index เช่น gljnl.cdx , artrn.cdx …. แล้วทำการบีบอัดและเข้ารหัสไฟล์ (คล้ายกับการทำงานของพวกโปรแกรม winzip หรือ winrar) รวมกันเข้าเป็นไฟล์เพียงไฟล์เดียว แล้วบันทึกไฟล์นั้นลงสู่ตำแหน่ง “ที่เก็บปลายทาง” ตามที่เราเลือกไว้ในขั้นตอนการสำรองข้อมูลนั่นเอง

 

exp

Data.5

harddisk

 

2.  การสำรองข้อมูลลงสู่ Handy Drive หรือ Flash Drive หรือ Thumb Drive (เรียกได้หลายแบบ)

หลักการก็เกือบจะเหมือนกับการสำรองข้อมูลลง Hard Disk แต่ต่างกันตรงที่ว่าโปรแกรมจะทำการตรวจสอบตำแหน่งที่เราเลือกเป็น “ที่เก็บปลายทาง” ก่อนว่า มีไฟล์ชื่อ Express.5 อยู่หรือเปล่า ถ้ามีอยู่จะทำการ ลบ ไฟล์นั้นทิ้งเสียก่อน แล้วค่อยทำการเขียนไฟล์สำรองข้อมูลตัวใหม่ลงไปแทน ถึงแม้ว่าในการสำรองข้อมูลนั้นเราสามารถระบุชื่อแฟ้มข้อมูลสำรองให้เป็นชื่ออื่นที่ไม่ใช่ Express.5ได้ก็จริง แต่หลักการทำงานของโปรแกรมจะทำการลบไฟล์ชื่อ Express.5 ออกจากตำแหน่งนั้น ๆ ก่อนเสมอ ดังนั้น หากเราต้องการที่จะสำรองข้อมูลลง Handy Drive โดยที่ต้องการจะเก็บไฟล์ข้อมูลสำรองตัวเก่าใน Handy Drive นี้ไว้ด้วย เราควรตั้งชื่อแฟ้มข้อมูลสำรองให้เป็นคำอื่น ที่ไม่ใช่ Express.5 มาตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำการสำรอง เช่น data.5  และในครั้งต่อ ๆ ไป ก็ตั้งชื่อให้ต่างกันไปอีก เช่น newdata.5 อย่างนี้ เป็นต้น

 

                                                         

exp

 

Data.5

thumb

recycle bin

 Express

                     

Thumb Drive

 

3.  การสำรองข้อมูลลง Floppy Disk หรือที่เรียกกันติดปากว่าไดรว์ A นั่นเอง สำหรับวิธีนี้

ค่อนข้างจะแตกต่างกับ 2

วิธีแรกครับ สาเหตุหลักที่ทำให้มีความแตกต่างนั้นก็เป็นเพราะขนาดความจุของแผ่น Floppy

Disk ที่มีเพียง 1.44 MB.

นั่นเอง เลยทำให้โปรแกรมต้องเพิ่มขั้นตอนอีก 1ขั้นตอน ในการสำรองข้อมูล โดยจะมีขั้นตอน

ดังนี้ ครับ

·ขั้นตอนแรก โปรแกรมจะทำการ รวบรวมไฟล์ที่อยู่ในที่เก็บข้อมูลนั้น ๆ ทุกไฟล์  ยกเว้น ไฟล์ index เช่น gljnl.cdx , artrn.cdx …. แล้วทำการบีบอัดและเข้ารหัสไฟล์ (คล้ายกับการทำงานของพวกโปรแกรม winzip หรือ winrar) รวมกันเข้าเป็นไฟล์เพียงไฟล์เดียว แล้วบันทึกไฟล์นั้นลงสู่ Temp*

·ขั้นตอนที่สอง เมื่อโปรแกรมแจ้งให้ใส่แผ่น Floppy Disk แล้วเราคลิก “ตกลง” ไป โปรแกรมทำการแบ่งไฟล์Express.5 ที่อยู่ใน Temp ออกเป็นส่วน ๆ แล้วเข้ารหัสอีกครั้งโดยที่แต่ละส่วนจะมีขนาดไม่เกิน 1.44 MB. เพื่อเขียนไฟล์นั้นลงใน Floppy Disk ต่อไป โดยในขั้นตอนนี้จะเป็นการทำงานภายในหน่วยความจำของเครื่อง (RAM) ดังนั้นถ้าหากเราเปิดเข้าไปดูในโฟลเดอร์ Temp ก็จะยังคงเห็นไฟล์ Express.5 อยู่เพียงไฟล์เดียว (ในกรณีที่ตั้งชื่อแฟ้มข้อมูลสำรองเป็นคำว่า Express.5) ไม่ได้มีการแบ่งออกเป็นหลาย ๆ ไฟล์แต่อย่างใด

 

exp

Express.5 ( 2.3 MB.)

tmpfld

 

express5

( 1.44 MB. )

 

express5

( 0.86 MB. )

floopy

Disk 1

Express

Temp Folder

floopy

Disk 2

 

                     

 

จัดการแบ่งออกเป็นส่วน ๆ

 

 

หมายเหตุ เราสามารถเปิดเข้าโฟลเดอร์ Temp ได้ด้วยการคลิกที่ Start -> Run แล้วพิมพ์ %temp% หรือ %tmp% แล้ว Enter

 

การนำข้อมูลสำรองมาใช้

 

การนำข้อมูลสำรองมาใช้นั้นสำหรับพวกเรา(Support) แล้วคงไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาเล่าให้ฟังกันอีกว่าต้องทำอย่างไร แต่ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ยังคงมี ซึ่งมักเกิดกับการกระทำที่ต้องเกี่ยวข้องกับ Floppy Disk ดังที่จะได้กล่าวถึงเป็นกรณีตัวอย่าง ต่อไปนี้ครับ

1. กรณีที่ลูกค้าต้องการส่งข้อมูลมาให้ทางเราแก้ไขบางสิ่งบางอย่างโดยสำรองข้อมูลใส่ Floppy Disk แล้วส่งไฟล์ Express.5 ในนั้นมาให้เราทาง อีเมล์ เมื่อเราได้รับและโหลดไฟล์ดังกล่าวลงเครื่องแล้ว มีหลายท่านที่ใช้วิธีเปิดเข้าข้อมูลทดสอบแล้วใช้เมนูนำข้อมูลสำรองมาใช้ ( ง่ายดี ไม่ต้องบงไม่ต้องบาร์มันหรอกยุ่งยาก ) ปัญหาเกิดขึ้นแน่ในกรณีแบบนี้ เพราะโดยปกติแล้วในการสำรองข้อมูลลง Floppy Disk โปรแกรมจะมีขั้นตอนการทำงานที่ต่างจากวิธีอื่น ๆ และสำหรับการคลาย Express.5 ออกมาจาก Floppy Disk โปรแกรมก็จะดำเนินการในแบบไหลย้อนกลับ คือ จาก Floppy Disk ไปสู่ Temp ก่อนโดยในขั้นตอนนี้เป็นการถอดรหัสไฟล์ขั้นแรก ดังนั้นไฟล์ที่ได้ใน Temp ก็คือ Express.5 นั่นเอง แล้วจากนั้นค่อย คลาย Express.5 จาก Temp ลงสู่ที่เก็บข้อมูลของเรา ดังนั้นหากเราใช้วิธีการนำข้อมูลสำรองมาใช้ตามกรณีที่ 1 นี้ จะทำให้ที่เก็บข้อมูลของเรามีไฟล์เพิ่มมาอีก 1 ไฟล์คือ Express.5 ส่วนไฟล์อื่น ๆ เช่น APBAL.DBF, ARTRN.DBF,… ทั้งหลายจะยังคงเป็นไฟล์เดิม (ไม่ใช่ไฟล์ข้อมูลของลูกค้า) แล้วลองนึกต่อละกันครับ ว่าถ้าเราส่งข้อมูลนี้กลับให้ลูกค้า ลูกค้าจะงงมั้ยว่า เค้ามีลูกค้ารหัส “สบายใจ” ตั้งแต่เมื่อไหร่

2. กรณีนี้กลับกันกับกรณีแรกคือ ลูกค้าสำรองข้อมูลลงไดรว์ C เสร็จแล้วส่งไฟล์ให้เราทางอีเมล์ แต่อาจเนื่องจากเครื่องน้อง ๆ บางคนใช้อินเตอร์เน็ทไม่ได้เลยไม่สามารถดาวน์โหลดไฟล์ด้วยตนเอง ต้องอาศัยเครื่องพี่ ๆ โหลดแล้วเซฟใส่แผ่น Floppy Disk มา พอมาถึงเครื่องก็เหมือนเดิมครับ เข้าข้อมูลทดสอบ – นำข้อมูลสำรองมาใช้ สำหรับแบบนี้โปรแกรมจะทำการคลายไฟล์ Express.5 จากแผ่น ลงสู่ Temp (เพราะเป็นการคลายจาก Floppy Disk) โดยไฟล์ที่ได้ใน Temp ก็จะเป็นไฟล์พวก APBAL.DBF,ARTRN.DBF,… ในทันที (เพราะตอนที่สำรองไม่ได้ลงไดรว์ A) ซึ่งตามปกติโปรแกรมจะต้องทำอีก 1 ขั้นตอนคือหาไฟล์ที่ชื่อ Express.5 ใน Temp แล้วทำการคลายมันลงสู่ที่เก็บข้อมูลของเรา จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากก่อนหน้านี้เราทำการสำรองข้อมูลของลูกค้าอีกเจ้าหนึ่งลง Floppy Disk  คำตอบคือโปรแกรมจะเอาข้อมูลของลูกค้าเจ้านั้นแหละมาลงสู่ที่เก็บข้อมูลของเรา

3. กรณีสุดท้าย ( สำหรับท่านทั้งหลายที่ถนัด Bar มากกว่าการนำข้อมูลสำรองมาใช้ ) ลูกค้าสำรองลง Floppy Disk แล้วส่งไฟล์มาให้ทางอีเมล์ พอได้รับไฟล์มาก็ดำเนินการ สร้างโฟลเดอร์ แล้วจับไฟล์นั้นยัดใส่เข้าไปในโฟลเดอร์ดังกล่าว จากนั้นก็ทำการ Bar กันตามระเบียบ ดังนี้ :-

bar x express.5 -c        แล้ว Enter

ผลคือ โปรแกรมจะทำการคลายไฟล์ Express.5 ออกมา ซึ่งก็คือคลายออกมาเป็น Express.5 อีกนั่นแหละ (เพราะตอนสำรอง ได้สำรองลงไดรว์ A) ปัญหาก็คือ ในโฟลเดอร์นั้น ๆ มีไฟล์ชื่อ Express.5 อยู่แล้ว แล้ว Express.5 ตัวที่คลายออกมาล่ะครับ จะไปเขียนไฟล์นี้ไว้ที่ไหน ( ก็มันชื่อเดียวกัน ) เลยกลายเป็นงูกินหางกันไป ดังนั้นทางแก้สำหรับกรณีนี้ ก่อนจะ bar ให้เรา rename ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาเป็นชื่ออื่นที่ไม่ใช่ Express.5 ไว้ก่อนแล้วค่อย bar ก็เรียบร้อยแล้ว